ข้อควรทราบในการดูแลรักษารองเท้าผ้าใบตอนที่ 1

ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณผู้หญิงมักจะมองหา รองเท้าผ้าใบ มาเก็บไว้ใส่ภายในบ้านเพราะมันเป็นรองเท้าที่ค่อนข้างใส่แล้วสบาย และไมยุ่งยากพร้อมทั้งยังเป็นรองเท้าที่ใส่ได้ในหลาย ๆ สถานการณ์อย่างเช่น ทำงาน เที่ยวเล่น ร่วมงานสำคัญ ๆ เป็นต้น และในปัจจุบันก็มีอยู่ให้เลือกอย่างมากมายหลากหลายแบรนด์ดัง

รองเท้าผ้าใบ


อย่างไรก็ตาม รองเท้าผ้าใบผู้หญิงแฟชั่น ในสมัยนี้แม้ว่าจะมีราคาแบบที่ไม่แพงมากนักหรือแบบที่แพงจนไม่อยากจะเจียดเงินซื้อนั้น ก็ควรที่จะรู้วิธีการดูแลรักษาให้มันคงอยู่กับเราไปนาน ๆ และสามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้ง เพราะแม้ว่าจะมีให้เลือกหลากหลายก็จริง แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะมองหาแบบที่คนเองชอบในหลาย ๆ ครั้ง การดูแลรักษาจึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งทำได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
  1. ถ้าหากเก็บในกล่องควรมีช่องระบายอากาศการเก็บรองเท้าผ้าใบไว้ในกล่อง นั้นเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างดีอยู่พอสมควร แต่กล่องที่เลือกควรที่จะรูให้มีช่องระบายอากาศเพื่อไม่ให้รองเท้าของเราเกิดกลิ่นอับ หรือกลิ่นที่ไม่อยากจะให้มันติดเท้าของสาว ๆ อย่างไรก็ตามหลาย ๆ คนอาจจะขี้เกียจเพราะอาจจะมองหารองเท้าที่ชอบได้ยาก วิธีการแก้ปัญหาอาจจะถ่ายรูปก่อนที่จะติดลงไปบนกล่องเพื่อเตือนความจำ
  2. ควรยัดกระดาษลงไปภายในตัวของรองเท้าเพื่อให้รักษารูปทรง – ในการรักษารูปทรงของ รองเท้าผ้าใบผู้หญิง นั้นควรที่จะมองหากระดาษในการยัดลงไปในปลายของรองเท้า อย่างไรก็ตามไม่ควรที่จะเลือกกระดาษหนังสือพิมพ์เพราะอาจจะทำให้สีนั้นซึมลงไปในตัวรองเท้าได้ แต่ควรมองหากระดาษสีขาวแทนซึ่งอาจจะเป็นกระดาษทิชชู
  3. ถ้าหากรองเท้าผ้าใบของเราเปียกต้องรอให้แห้งก่อนเสมอ – ถ้าหากวันดีคืนดีฝนดันตกขึ้นมาและส่งผลให้ รองเท้าผ้าใบคู่ใจของผู้หญิงนั้นเปียก ควรที่จะรอให้มันแห้งก่อนที่จะเก็บเข้าไปไว้ในตู้เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา หรือเกิดเชื้อโรคต่าง ๆ ที่แน่นอนว่าเชื้อเหล่านั้นย่อมเป็นปัญหาให้เป็นที่มาของกลิ่นเท้าที่ไม่อันพึงประสงค์ได้
ทั้ง 3 วิธีการถือได้ว่าเป็นขั้นตอนเบื้องต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้รองเท้าผ้าใบของผู้หญิง หรือของหนุ่ม ๆ นั้นสามารถนำมากลับมาใช้งานใหม่ได้หลาย ๆ ครั้งไม่ก่อให้เกิดความเสียต่อรองเท้า หรือทำให้เกิดกลิ่นต่าง ๆ ที่เราอาจจะไม่คาดคิดก็ได้อย่างกลิ่นเท้าเป็นต้น ซึ่งมักจะมีปัญหามาก ๆ สำหรับผ้าใบแฟชั่นต่าง ๆ การดูแลรักษาจึงเป็นเรื่องสำคัญเสมอและควรที่จะเอาใจใส่

ข้อแนะนำเพิ่มเติม - เทคนิคง่าย ๆ ในการทำความสะอาดรองเท้ากีฬา

คุณผู้หญิงแต่งตัวอย่างไรไปสัมภาษณ์งาน

ทุกคนล้วนเกิดมาต้องมีงานทำนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะทุกคนต้องมีเงินใช้เพราะไม่เช่นนั้นก็คงที่จะไม่มีอะไรกิน แต่อย่างไรก็ตามมักจะมีปัญหาตามเสมอ ก็คือการแต่งกายให้เหมาะกับการเดินทางไปสัมภาษณ์งานตามสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณผู้หญิงหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่พบคำตอบที่แท้จริงว่าควรทำอย่างไรดี หรือแต่งกายแบบนี้เหมาะสำหรับการไปสัมภาษณ์งานไหม ?

การแต่งกายไปสัมภาษณ์งานของผู้หญิง



ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าผู้หญิง ที่ควรเลือกใส่ให้เหมาะกับการทำงานนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทางการเสมอไป เพราะการแต่งกายให้ดูดีและมีบุคลิกภาพที่ดีต้องขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ประการด้วยกันทั้ง บริษัทที่โทรมาเรียกสัมภาษณ์นั้นเป็นรูปแบบองค์กรลักษณะไหน สิ่งแวดล้อม รวมไปจนถึงช่วงและเวลา อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแบบทางการหรือฟอมอลลุคเสมอ เพราะอาจจะดูเชยในสายตาของบริษัทสายเครเอทีฟ หรือต้องทำงานด้านครีเอท

อย่างไรก็ตามหากเป็นบริษัทองค์กรยักษ์ใหญ่ที่คุณผู้หญิงใฝ่ฝันอยากที่จะทำก็ควรที่จะจัดลุคแบบทางการแบบจัดเต็ม เพื่อให้ตัวเองนั้นดูดีและมีสไตล์ที่เป็นของตัวเอง อาจจะเลือกสไตล์แบบต่อไปนี้เป็นแนวทาง

สบาย ๆ ด้วยความเป็นทางการแบบพื้นฐาน

การแต่งกายไปสัมภาษณ์งานแบบที 1

แน่นอนว่าสไตล์ของกางเกงนั้นมีอยู่หลากหลายมากสำหรับผู้หญิง แต่แบบทีเหมาะสมสำหรับสาว ๆ มักจะสุดก็คงจะเป็น กางเกงขายาว แบบเรียบ ๆ และไม่มีลวดลาย ในขณะที่ด้านบนนั้นอาจจะเลือกเป็นสไตล์ไหนก็ได้ แต่ก็ควรที่จะให้เหมาะกับสถานที่นั้น ๆ สักเล็กน้อย ๆ ปิดด้วยชุดสูทสีดำสักชุด เพียงเท่านี้ก็จะดูดีและทางการแล้ว แต่ไม่ควรเลือกแบบดำทั้งชุดเพราะอาจจะเป็นกลายไว้ทุกข์แทนสุดท้ายเสริมด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ ให้เข้ากับการแต่งกายไม่ควรเลือกแบบที่เด่นเกินหน้าเกินตา

สบาย ๆ ด้วยความเป็นทางการแบบสไตล์เดรส

การแต่งกายไปสัมภาษณ์งานแบบที่ 2
คุณผู้หญิงที่คิดว่าการใส่แบบด้านบนอาจจะดูเชยไปสักนิดก็อาจจะเลือกใส่สไตล์เดรสก็ได้ แต่ควรเลือกหรือมองหาเดรสแบบเรียบ ๆ และไม่ควรเน้นความเป็นแฟชั่นให้มากนัก อย่างเช่น สีดำ น้ำตาล น้ำเงิน หรืออะไรก็ตามที่ออกจะเข้ม ๆ หรือโมโนโทนสักเล็กน้อย อาจจะเสริมด้วยสูททับอีกชั้นเพื่อให้ดู LOOK เซ็กซี่ของสาว ๆ ได้ปกปิดบ้างเพราะชุดเดรสส่วนใหญ่มักจะมีการดีไซน์ที่ค่อนข้างเซ็กซี่นั่นเอง อย่างไรก็ตามไม่ควรเลือกแบบเดรสสั้นเพราะอาจจะทำให้เจ้านายของคุณหัวใจวายได้

สบาย ๆ ดัวยกับความเป็นทางการแบบสไตล์กระโปรง

การแต่งกายไปสัมภาษณ์งานแบบที่ 3
แน่นอนว่าภายใน ตู้เสื้อผ้าของผู้หญิง แทบทุกคนมักจะไม่มีเพียงแต่เดรส หรือกางเกงขายาวอย่างแน่นอน เพราะในเวลาสัมภาษณ์งานสาว ๆ มักจะมองหา กระโปรง มาใส่ด้วยเช่นเดียวกันซึ่งกระโปรงที่ควรใส่นั้นควรจะเป็นสีดำ และไม่ควรสั้นจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้หัวหน้างานหัวใจวายได้อีกเช่นเดียวกัน และในขณะเดียวกันเสื้อที่ควรเลือกนั้นอาจจะเลือกแบบสีเรียบ ๆ เพื่อไม่ให้ตัดกันจนเกินไปอาจจะเป็นสีขาว สีครีม หรืออื่น ๆ ที่ไม่ใช่สีดำ

ทั้ง 3 สไตล์ถือได้ว่าเป็นแบบของการแต่งกายสำหรับการสัมภาษณ์งานที่รับรองได้เลยว่าจะทำให้คุณผู้หญิงไร้กังวลว่าจะไม่สุภาพอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามก็ควรที่จะเลือกใส่ให้เหมาะกับสถานที่นั้น หรือให้เข้ากับองค์กรนั้น ๆ อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น เพื่อที่จะไม่ต้องสร้างความประหลาดใจให้กับพนักงานที่ทำงานอยู่ หรืออนาคตเพื่อนร่วมงานของคุณนั่นเอง แต่ก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม 3สไตล์ในข้างต้นก็ได้เพียงแต่เลือกให้เหมาะกับสถานที่และตัวเราก็น่าจะเพียงพอ

เทคนิคง่าย ๆ ในการทำความสะอาดรองเท้ากีฬา


ในสมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายมักจะยึดหลักการออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพอยู่เสมอ เพราะพวกเขาเริ่มที่จะหันมาให้ความสนใจในด้านสุขภาพของเรามากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่นักที่ รองเท้ากีฬา จะได้รับความนิยมอย่างมากมายทั้งหญิงและชายโดยที่พวกเขาจะนำไปใช้ร่วมกับการเล่นกีฬาชนิดต่าง ๆ ตามที่ตนเองนั้นชอบอาทิเช่น การวิ่ง แบดมินตัน บาสเก็ตบอล ฟุตบอล และอื่น ๆ อีกมากมาย

รองเท้ากีฬา
รองเท้ากีฬา


รองเท้ากีฬา ที่ได้รับความนิยมอย่างมากมีอยู่ไม่กี่แบบเท่านั้นอาทิเช่น รองเท้าวิ่ง รองเท้าฟุตบอล รองเท้าบาสเก็ตบอล รองเท้าสเก็ต หรือ รองเท้าฟิตเนส เป็นต้น โดยแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะของการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป และไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ และแน่นอนว่าเมื่อใช้นานเข้าย่อมที่จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องต่างๆ อย่างแน่นอนโดยเฉพาะกลิ่นของรองเท้าที่เกิดจากเหงื่อเป็นหลัก ดังนั้นเราจึงควรที่จะทำความสะอาด รองเท้ากีฬา ของเราเสียบ้าง ด้วยวิธีง่ายๆ แบบนี้
  1. ถอดเชือกรองเท้าและแผ่นรองเท้าออกให้หมด – อันดับแรกทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายควรที่จะถอดเชือกรองเท้าและแผ่นรองเท้าออกจากตัวรองเท้าก่อนเป็นอย่างแรก เพราะจะทำให้การทำความสะอาดของเราทำได้ง่ายขึ้น และยังจะช่วยให้กำจัดกลิ่นได้ง่ายขึ้น
  2. ซักรองเท้าด้วยสบู่หรือผงซักฟอก – อันดับต่อมาให้นำรองเท้าที่ได้ถอดทั้งเชือกผูกรองเท้า และแผ่นรองเท้าออกหมดแล้วนำไปซักด้วยผงซักฟอกหรือสบู่ให้สะอาด โดยควรที่จะซักมือไม่ควรที่จะนำไปลงซักด้วยเครื่องซักผ้าเพราะอาจจะทำให้ รองเท้าวิ่ง นั้นเกิดความเสียหายและเก่าลงกว่าเดิม
  3. ตากให้แห้ง – หลังจากที่ได้ทำความสะอาดด้วยการซักด้วยผงซักฟอกหรือสบู่แล้ว คุณต้องนำรองเท้ากีฬาคู่นั้นไปตากให้แห้งโดยที่ต้องผ่านแสงแดดไม่ควรที่จะเป่าให้แห้งเพราะจะทำให้วัสดุนั้นเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว และคาดไม่ถึง อย่างไรก็ตามเมื่อแห้งแล้วให้นำกระดาษทิชชูยัดลงไปในรองเท้าของเราเพื่อช่วยในการดูดซับความชื้นอีกครั้ง เพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดกลิ่น
เมื่อเสร็จทั้ง 3 ขั้นตอนรับรองได้เลยว่า รองเท้ากีฬา ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะไหนก็ตามทั้งวิ่ง ฟุตบอล หรืออื่น ๆ กลับมาดูเหมือนใหม่อย่างแน่นอน รวมทั้งยังจะทำให้กลิ่นของรองเท้านั้นหายไปอีกด้วย แต่การทำความสะอาดไม่ใช่ทางเดียวนั้นที่จะทำให้รองเท้าของเราสะอาด แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้รองเท้าของเราสะอาดและไร้สิ่งปรก และไร้กลิ่น

การใส่รองเท้าส้นสูงโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเท้า

ปัจจุบันความนิยมของ รองเท้าส้นสูง นั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นแฟชั่นที่ค่อนข้างจะมีกระแสที่รวดเร็ว และเป็นรองเท้าที่ค่อนข้างทางการสำหรับสาว ๆ และยังสามารถหาซื้อได้ง่าย รวมไปจนถึงยังเป็นแบบที่สวมใส่ออกงานต่าง ๆ ได้อย่างไม่ต้องอายใคร อย่างไรก็ตามในการสวมใส่รองเท้าประเภทนี้เป็นประจำแทบทุกวันปัญหาหนึ่งที่มักจะเจอก็อาจจะเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพของเท้าเป็นหลัก ดังนั้นหากต้องการที่จะสวมใส่รองเท้าประเภทนี้ไปนาน ๆ ก็อาจจะต้องใช้ หลักการใส่รองเท้าส้นสูงด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

  1. เลือกใส่ขนาดไซส์ที่เหมาะกับเท้าของเรา – การใส่รองเท้าส้นสูงให้เหมาะกับเท้าของเรา นั้นเป็นวิธีการขึ้นพื้นฐานที่จะทำให้เราสามารถป้องกันอาการต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากรองเท้าแบบนี้ได้ รวมไปจนถึงจะทำให้สาว ๆ สามารถเลือกแบบที่ตนเองต้องการได้จริง ๆ และไม่ต้องเปลี่ยนคู่อยู่บ่อย ๆ โดยที่รองเท้านั้นควรที่จะสวมใส่แล้วรู้สึกสบายเท้าไม่ทำให้เกิดอาการคับหรือต้องเกร็งเท้ามากจนเกินไป
  2. ระหว่างควรเปลี่ยนไปใส่สไตล์อื่น ๆ บ้าง – การเปลี่ยนหรือสลับการใส่รองเท้าส้นสูงกับรองเท้าแบบอื่น ๆ อย่างรองเท้าแตะก็มักจะเป็นอีกแบบที่สาว ๆ ควรทำ เพราะจะทำให้ปัญหาดังกล่าวหายไปเช่นเดียวกัน เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักจะเกิดจากที่สาว ๆ มักจะใส่ตลอดทั้งวันจนส่งผลเสียให้เกิดอาการปวดเท้าดังกล่าว

    รองเท้าส้นสูง
  3. การยืนอยู่บนรองเท้าอย่างมั่นคง – สาว ๆ ที่ชอบใส่รองเท้าแบบนี้ควรที่จะยืนอยู่ฐานของรองเท้าที่มั่นคง ไม่ควรที่จะสวมใส่แบบที่ทำให้เท้าของเราต้องขยับอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นก่อนสวมใส่อาจจะเลือกกระดาษทรายรองไว้ตรงบริเวณที่คิดว่าจะทำให้การเคลื่อนที่ของเท้านั้นส่งผลทำให้เกิดอาการบีบรัดเท้ามากจนเกินไป
  4. บริหารกล้ามเนื้อหลังจากการสวมใส่ – ปัญหาหนึ่งที่นับได้ว่าเป็น ผลกระทบที่เกิดจากการใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ นั้นล้วนมาจากกล้ามเนื้อทั้งสิ้น การที่สาว ๆ ได้ทำการคลายกล้ามเนื้อหลังจากการสวมใส่ย่อมที่จะทำให้ปัญหาดังกล่าวได้บรรเทา และเป็นการป้องกันอีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตามทั้ง 4 วิธีการนับได้ว่าเป็นวิธีการเบื้องต้นที่จะทำให้ การสวมใส่รองเท้าส้นสูงของสาว ๆ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาอาการปวดต่าง ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดบริเวณฝ่าเท้า บริเวณหลังเท้า หรืออาจจะลามขึ้นไปจนถึงบริเวณหลังซึ่งมักจะเป็นปัญหาหลัก ๆ ที่สาว มักจะพบเจอกันเป็นจำนวนมาก โดยวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่แก้ในปลายเหตุดังนั้นสาว ๆ ก็ควรที่จะแก้ที่ต้นเหตุด้วยการเลือกซื้อรองเท้าส้นสูงให้ถูกวิธี

เรื่องที่ควรรู้ - รู้รอบ รอบรู้ – อันตรายจากการใส่รองเท้าแตะแฟชั่น

อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมเลอซาช่าสิ่งที่สาว ๆ ต่างสนใจ

ปัจจุบันความนิยมในด้านการจัดแต่งทรงผมนั้นก็นับได้ว่าเป็นเทรนด์แฟชั่นอีกรูปแบบหนึ่งที่สาว ๆ ต่างต้องการ เนื่องจากทรงผมแต่ละทรงมักจะเหมาะกับการแต่งกายที่แตกต่างกันออกไป จึงทำให้สาว ๆ หลายคนจำเป็นที่จะต้องเข้าร้านทำผมแทบจะทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเปลืองเงินและเสี่ยงต่ออาการผมเสียอย่างแน่นอน รวมไปจนถึงหากสาว ๆ ไม่ได้ใช้ร้านประจำก็อาจจะทำให้ขาดความมั่นใจได้ว่าช่างจะทำผมของเราออกมาให้ดูดีและมีสไตล์ที่เราต้องการ

lesasha


ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงมักจะมองหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะสามารถดัดแปลงทรงผมของตัวเองให้ดูดี และมีน้ำหนักอยู่ตลอดเวลาด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา โดยวิธีการหนึ่งที่สาว ๆ มักจะใช้มากที่สุดก็คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดแต่งทรงผมแบบไฟฟ้าอย่างเช่น ที่หนีบผม ไดร์เป่าผม หรือที่ม้วนผม เป็นต้น และแน่นอนว่าหากเป็นอุปกรณ์เหล่านี้เป็นที่นิยมก็มีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นทีจะตอบโจทย์ได้เท่ากับ LESASHA ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในการจัดแต่งทรงผมแต่ด้วยการออกแบบ การดีไซน์และการพัฒนาทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของทางแบรนด์นี้จึงได้รับการยอมรับบเป็นพิเศษ

LESASHA นั้นเปรียบเสมือนกับผู้นำของทางด้านการจัดแต่งทรงผมที่เมื่อสาว ๆ ได้ลองใช้ดูแล้วสามารถที่จะจัดแต่งผมของตัวเองให้ได้เป็นไปอย่างอิสระ และทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอน่ที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกอย่างมกามาย แต่สาว ๆ ก็ควรที่จะทำความเข้าใจให้ครบทุกประเภทเพื่อที่จะสามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยที่ เลอซาช่านั้นประกอบไปด้วยแบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

LESASHA SUPER JUMBO CURL

ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้สาว ๆ มี่เส้นผมลอนสวยและเป็นธรรมชาติ ด้วยการใช้งานเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ด้วยคุณสมบัติเบื้องต้นนั้นประกอบไปด้วย ทัวร์มาลีนที่จะทำให้สาว ๆ มีเส้นผมที่ดูเงางามหลังจากผ่านการใช้งาน มาพร้อมกับขนาดของแกนอยู่ที่ประมาณ 38 x 155 มม.



นอกจากนั้นเครื่องยังร้อนค่อนข้างที่จะเร็วพอสมควรเฉลี่ยอยู่ที่ 60 วินาที หรือประมาณ 1 นาที และยังสามารถที่จะปรับอุณหภูมิได้สูงถึง 200 องศามาพร้อมกับสายไฟที่ยาวกว่า 3 เมตรทำให้ใช้งานได้ง่ายในทุกสถานที่และสภาพแวดล้อม



Review เปรียบเทียบแกนม้วน Jumbo Curl & Super Jumbo Curl 

LESASHA SMART SLIM

ผลิตภัณฑ์ชิ้นต่อมาก็คือ เครื่องหนีบผมหรือที่หนีบผมเลอซาช่า ที่มาพร้อมกับระบบการหมุนเวียนแบบไอน้ำสมบูรณ์แบบ รวมทั้งมีร่องไอน้ำ 8 ชชช่องที่จะทำให้การหนีบเส้นผมที่เปียกแห้งได้อย่างรวดเร็ว รวมไปจนถึงไอน้ำจะทำให้เกิดความชุ่มชื้น และช่วยให้ถนอมเส้นผมเพื่อให้แห้งได้อย่างรวดเร็ว และไม่แห้งเสียได้ง่าย รวมไปจนถึงยังไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์หรืออันตรายต่อเส้นผมอย่างแน่นอน

LESASHA SMART SLIM


นอกจากนั้น ที่หนีบผม Lesasha ตัวนี้ยังมาพร้อมกับไดมอนด์ทั่วร์มาลีนที่เป็นแร่ธรรมชาติมากกว่า 95% ทำให้มีความแข็งแรงและค่อนข้างทนทานพอสมควร และยังเสริมด้วยด้ามจับป้องกันความร้อนและหน้าจอแบบแอลซีดีสกรีนที่จะทำให้สาว ๆ ได้ทราบถึงอุณหภูมิที่ปรากฏอยู่โดยสูงสุดจะอยู่ที่ 260 องศา และขั้วสายไฟหมุ่นได้ประมาณ 360 องศา


ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ถือได้ว่าเป็นแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ณ ตอนนี้เพราะคุณสมบัติที่คบครัน และยังทำหน้าที่ในด้านที่จะทำให้สาว ๆ มีสุขภาพผมที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และมีน้ำหนัก อย่างไรก็ตามทางเลอซาช่ายังมีผลิตอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกอย่างเช่น ครีมหมักผม หรือ เจล เป็นต้น






เทคนิคการหนีบผมไม่ให้ผมเสียด้วย Lesasha


ปัจจุบันความนิยมในด้านการหนีบผมนั้นเริ่มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สังเกตได้จากจำนวน เครื่องหนีบผมที่เริ่มจะมีวางขายอยู่อย่างมากมายหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ อย่างไรก็ตามมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถจะเป็นผู้นำทางด้านนี้ โดยแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ณ ขณะนี้ก็คือ ที่หนีบผม Lesasha ที่มีให้เลือกอย่างมากมายหลากหลายรุ่น

ที่หนีบผม Lesasha


อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะมีที่หนีบผมที่มีคุณภาพอย่าง Lesasha แล้วแต่หากใช้ไม่เป็นหรือไม่รู้จักวิธีการใช้งานก็อาจจะทำให้ประสบปัญหาได้เช่นเดียวกัน โดยปัญหาหลัก ๆ ที่มักจะเจออยู่เป็นประจำนั้นอาจจะเป็นปัญหาในด้านสุขภาพของเส้นผมที่ใช้มากจนเกินไป ย่อมที่จะสร้างทำให้ผมเสียทรงอย่างแน่นอน ดังนั้นหากสาว ๆ ต้องใช้เป็นประจำทุกวันอาจจะต้องใช้วิธีการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
  • อันดับแรกให้สาว ๆ ทั้งหลายทำการแบ่งผมออกเป็นช่อ  ๆ โดยที่ไม่ต้องหนาหรือบางจนเกินไป เนืองจากหากต้องใช้ที่หนีบผมอย่างเช่น Lesasha หนีบไปที่ช่อผมที่น่าจนเกินไป หรือเกินจนความพอดีอาจจะทำให้ผมเสียได้โดยที่สาว ๆ ไม่ทันรู้ตัว แม้กระทั่งหนีบไปที่ช่อผมที่บางจนเกินไปก็ย่อมที่จะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก ดังนั้นควรที่จะจับช่อผมให้พอดี และค่อย ๆ ใช้ เครื่องหนีบผม Lesasha ทำการหนีบผมช่อนั้น ๆ โดยไม่ควรเกิน 3 ครั้ง
  • อันดับต่อสาว ๆ ควรที่จะใช้ที่หนีบผมอย่างเบามือที่สุดไม่ควรที่จะดึงผม หรือรุนแรงจนเกินไปเพราะอาจจะคิดว่าจะทำให้ผมออกมาตรงที่สุด และทำให้อยู่ในทรงที่สวยที่สุด แต่อันที่จริงแล้วการดึงผม หรือการใช้ที่หนีบผมแรงหรือหนักมือจนเกินไป ย่อมที่จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้สาว ๆ ทำร้ายผมของสาว ๆ เอง
  • ควรหลีกเลี่ยงการหนีบผมหลาย ๆ ครั้งติดต่อกัน เพราะคิดว่าจะทำให้ผมตรง และมีน้ำหนักขึ้น ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเพราะจริง ๆ แล้วสาว ๆ ควรที่จะเลือกหนีบผมรอบละ 2 – 3 ครั้งต่อหนึ่งช่อ เพราะเพียงเท่านี้ก็จะทำให้สาว ๆ สามารถที่จะมีเส้นผมที่ตรงและดูเป็นธรรมชาติได้แล้ว
  • สาว ๆ ควรเลือกใช้เซรั่มป้องกันความร้อนซึ่งมักจะมีมาพร้อมกับกล่องบรรจุภัณฑ์ของที่หนีบผมแทบทุกรุ่น แม้แต่ Lesasha ที่มักจะมีเช่นเดียวกัน โดยที่เซรั่มดังกล่าวจะทำให้เส้นผมทนต่อความร้อนและป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี และไม่ทำให้ผมเสียได้ง่ายด้วย
  • สาว ๆ ไม่ควรที่จะหนีบผมขณะที่ผมเปียกหรือกำลังหมาด ๆ เพราะจะทำให้ผมเสียได้เร็วมากยิ่งขึ้น รวมไปจนถึงฟื้นฟูได้ยากอีกด้วย ดังนั้นก่อนที่จะหนีบผมทุกครั้งอาจจะใช้ ไดร์เป่าผมก่อนที่จะทำการหนีบผมแทบทุกครั้ง เพราะจะเป็นการป้องกันไม่ให้สาว ๆ เกิดผมเสียเป็นต้น
เพียงเท่านี้ก็จะทำให้สาว ๆ สามารถที่จะใช้ที่หนีบผมเป็น และสามารถปรับแต่งทรงผมให้เหมาะกับตัวเอง รวมทั้งให้ดีต่อสุขภาพของเส้นผมได้แล้ว ยังสามารถที่จะจัดแต่งเป็นทรงต่าง ๆ ได้ง่าย

ประโยชน์ของเครื่องนวดหน้าที่ใครหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้

คุณผู้หญิงต่างทราบกันดีว่าเครื่องสำอางของผู้หญิงแบ่งออกเป็นหลายประเภทด้วยกัน โดยแบบที่ได้รับความนิยมและมักจะเป็นที่สนใจมากที่สุดก็คงจะเป็นส่วนใบหน้าของสาว ๆ ที่เรียกได้ว่าเกิดรอยคล้ำ หรือรอยตำหนิไม่ได้ ดังนั้นสาว ๆ หลายคนจึงมักจะใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นตัวช่วยทำให้สาว ๆ มีสุขภาพของใบหน้ากระจ่างใส และมีสุขภาพที่ดี อย่างไรก็ตามบางวิธีก็อาจจะใช้ได้เพียงครั้งคราว และไม่ถาวร

KURON


นอกจากนั้นวิธีที่สาว ๆ มักจะชื่นชอบกันมากที่สุดก็คงจะเป็นการใช้ครีมต่าง ๆ ชโลมบนลงบนหน้าเพื่อใช้ในการดูแลรักษาผิวก่อนนอน โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้ผิวมีเซลล์ที่ดีและมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถทำให้ใบหน้ากระจ่างใสได้ อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วครีมที่ทาลงไปบนใบหน้านั้นส่วนมากแล้วจะไม่สามรถซึมซับลงไปบนใบหน้าได้ทั้งหมด อาจจะสามารถซึมซับลงไปได้เพียงแคไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงมักจะมองหา เครื่องนวดหน้า เพื่อใช้นำมาเป็นตัวช่วยเพื่อให้ครีมสามารถซึมซับลงไปในเนื้อผิวได้เป็นอย่างดี

เครื่องนวดหน้าที่สาว ๆ หลายคนให้ความนิยมก็คือ KURON ที่ในปัจจุบันเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความสมารถที่จะช่วยทำให้ใบหน้าของสาว ๆ กลับมามีชีวิตชีวาและชุมชื้นได้เหมือนปกติ อย่างไรก็ตาม Kuron เหมาะกับสาว ๆ ทุกสภาพผิวโดยแบ่งออกได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
  1. ผิวแห้ง – สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวที่ค่อนข้างแห้ง คิวรอน จะทำหน้าที่ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับสภาพผิวบนใบหน้าของสาว ๆ ให้กลับมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
  2. ผิวมัน – สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวที่ค่อนข้างมัน เครื่องนวดหน้า KURON จะเป็นตัวช่วยในด้านการขจัดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า และช่วยเสริมทำให้มีความมันในระดับที่สมดุล และยังจะช่วยเสริมทำให้สุขภาพผิวของสาว ๆ อยู่ในสภาวะปกติ
  3. ผิวผสม – สำหรับสาว ๆ ที่มีผิวผสมตัวเครื่องนวดหน้าจะทำหน้าที่ในการปรับความสมดุลความมันของใบหน้า และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับใบหน้าและอยู่ในสภาพปกติ
  4. ผิวผู้สูงวัย – สำหรับสาว ๆ ที่มีลักษณะผิวสูงวัย เครื่องนวดหน้า จะทำหน้าที่ในการปรับความสมดุลให้บริเวณรอบดวง ใบหน้า หรือ พวงแก้ม กลับมาเต่งตึงเป็นเหมือนกับตอนที่เป็นวัยรุ่น รวมทั้งยังคอยช่วยปรับสภาพใบหน้าให้ชุ่มชื้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะสามารถดูแลรักษาให้ใบหน้ามีความชุ่มชื้นรวมไปจนถึงรักษาลักษณะของผิวต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวด้วย KURON ก็ตาม แต่สาว ๆ ก็ควรที่จะดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ใบหน้าของสาว ๆ อยู่ในสภาพปกติ ไร้สิว และไร้ร้วรอยด้วยวิธีการต่าง ๆ ไมว่าจะเป็น การออกกำลังกาย คลายเครียด ลดการแต่งหน้าลงบ้าง หรือ ควรที่จะล้างเครื่องสำอางให้สะอาด เป็นต้น นอกจากนั้นสิ่ง ๆ ที่สาว ๆ ควรทราบก็คือ เทคนิคง่าย ๆ กับการนวดหน้าด้วยตัวเองโดย KURON

คุณผู้ชายควรทราบใส่ชุดไปงานแต่งอย่างไรดี

สำหรับคุณผู้ชายทั้งหลายที่ในช่วงเวลาอันใกล้นี้ต้องเข้าร่วมงานแต่งกับเพื่อนฝูงไม่ว่าจะเป็นสนิทหรือไม่ก็ตาม แต่คุณเป็นผู้ที่ถูกเชิญไปร่วมงานนั้น ๆ แน่นอนว่าเรื่องยากลำบากเรื่องหนึ่งที่คุณผู้ชายมักจะถามกันมากที่สุดก็คงจะเป็น “ควรที่จะแต่งตัวอย่างไรดี” เพราะแน่นอนว่าหากหนุ่ม ๆ ไม่ได้เป็นเหล่าแฟชั่นจ๋าคงจะเป็นเรื่องยากพอดู ดังนั้นทางเราจึงขอนำเสนอหนุ่ม ๆ ด้วยวิธีการง่าย ๆ เหล่านี้ที่จะทำให้หนุ่ม ๆ ดูดีในคืนงานแต่ง

แฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชาย


  1. เลือกชุดสูทก่อนเสมอเพื่อความเป็นทางการ
    คุณผู้ชายควรเลือกชุดสูทก่อนเป็นอย่างแรกเพราะเป็น เสื้อผ้าชาย ที่สวมใส่แล้วให้ความเป็นทางการมากที่สุด ด้วยสไตล์ของเสื้อทั้งด้านการดีไซน์และออกแบบ จึงเหมาะสำหรับร่วมงานสำคัญ ๆ ลักษณะนี้มากที่สุด ซึ่งอาจจะเลือกสีที่เหมาะกับเสื้อตัวในอาจจะเป็นไปได้ทั้ง สูทสีดำ กรมท่า หรือโทนเข้มสักเล็กน้อย
  2. เสื้อเชิ้ตสีขาวทางเลือกสำหรับหนุ่ม ๆ
    หลังจากที่หนุ่ม ๆ สามารถเลือกสูทที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว ต่อมาควรเลือก เสื้อเชิ้ต ที่เหมาะกับสูทนั้น ๆ ซึ่งแบบที่พื้นฐานมากที่สุดและค่อนข้างทางการอาจจะเป็นลักษณะของ เสื้อเชิ้ตชายสีขาว และตามด้วยการผูกเนคไทด้วยสีโทนเข้มอีกรอบ เพียงเท่านี้หนุ่ม ๆ ก็จะดูทางการในวันแต่งงานของเพื่อนได้แล้ว

    การแต่งกายสำหรับการแต่งงาน
  3. ให้รายละเอียดทุกจุดแม้แต่กระเป๋าเสื้อ
    นอกจากนั้นหนุ่ม ๆ ควรที่จะดีไซน์กระเป๋าเสื้อไม่ว่าจะเป็น เชิ้ต สูท หรืออะไรก็ตามให้เป็นระเบียบและมีดีไซน์ที่ดี อาจจะใส่แว่นตาลงไปในกระเป๋าเพื่อไม่ให้ว่างจนเกินไป หรือเลือกที่จะประดับด้วยผ้าเช็ดหน้าเพื่อเสริมทำให้หนุ่ม ๆ สามารถสร้างจุดเด่นในงานได้
  4. นาฬิกาข้อมือ
    เครื่องประดับอย่าง นาฬิกาข้อมือ ก็มีความสำคัญสำหรับงานลักษณะนี้ซึ่งหนุ่ม ๆ อาจจะมองหาสไตล์ของนาฬิกาข้อมือที่มีการดีไซน์ออกมาค่อนข้างทางการ ไม่ว่าจะเป็นสายหนัง หรือสายเหล็กแต่ควรที่จะเป็นสายเหล็กเพราะจะดูทางการกว่าสายหนังอยู่พอสมควร อีกทั้งควรที่จะเปิดแขนเสื้อสูทเพื่อให้นาฬิกาเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจเพิ่มเข้าไปอีก

    เสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชาย
  5. รองเท้าสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้
    หนุ่ม ๆ สามารถหามองหาเสื้อเชิ้ตได้แล้ว ชุดสูทได้แล้ว หรือ นาฬิกาข้อมือที่ใช่ได้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรจะให้ความสนใจอีกจุดก็คือ “รองเท้า” แม้ว่างานจะค่อนข้างทางการแต่ในงานลักษณะนี้ยังแฝงมาด้วยความสนุกสนาน รื่นเริง และไม่ใช่งานสไตล์กาล่าดินเนอร์บางครั้งการใส่รองเท้าหนังอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ดังนั้นควรเลือกรองเท้าหุ้มส้นปกติ แต่สีที่เลือกอาจจะโทนเข้มสักเล็กน้อยเพื่อให้ดูทางการมากยิ่งขึ้น

ทั้ง 5 วิธีการคือเทคนิคการแต่งกายด้วย เสื้อผ้าชาย ให้เข้ากับงานแต่งงานมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามทั้ง 5 วิธีการก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ใช้เสมอไปเพราะหนุ่ม ๆ ควรให้ความสำคัญทางด้านอื่น ๆ ประกอบด้วย อย่างเช่น ก่อนเข้าเริ่มงานก็อาจจะต้องลงชื่อเพื่อแสดงเป็นหลักฐาน พร้อมกับของขวัญที่เตรียมมา นอกจากนั้นในการแต่งกายอาจจะต้องเน้นให้เหมาะกับตีมของงานสักเล็กน้อย ไม่ควรที่จะฉึกตีมหรือไปคนละแนวกับงาน เพราะนอกจากคุณจะไม่ใช่จุดเด่นอาจจะเป็นตัวแปลกประหลาดภายในงานในทันที

เสริม - เสื้อผ้าแฟชั่นชายเลือกใส่อย่างไรให้ดูดีและมีสไตล์

7 วิธีง่าย ๆ ที่คุณผู้ชายควรทราบในการเลือกกางเกงยีนส์ในสไตล์ที่คุณชอบ

เครื่องแต่งกายของผู้ชายแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบรวมถึง กางเกงยีนส์ ที่เป็นสไตล์ของเครื่องแต่งกายที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมอย่างมากมาตั้งแต่อดีต จนมาถึง ณ ตอนนี้ เนื่องจากยีนส์เป็นสไตล์ของกางเกงที่ใส่แล้วรู้สึกสบายตัว สามารถเข้ากับเครื่องแต่งกายอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น การใส่กับเสื้อเชิ้ต หรือ การใส่คู่กับเสื้อยืด ซึ่งก็แล้วแต่ที่เราจะจินตนาการได้

กางเกงยีนส์


ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่นักที่คุณผู้ชายมักจะมี กางเกงยีนส์ชาย สักตัวสองตัวภายในตู้เสื้อผ้าของหนุ่ม ๆ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ในข้างต้น ที่สามารถนำมามิกซ์และแมทซ์ให้เข้ากันกับเครื่องแต่งกายสไตล์อื่น ๆ ได้ง่ายนั่นเอง อย่างไรก็ตามคุณผู้ชายทั้งหลายที่ชื่นชอบในการใส่ยีนส์มักจะเลือกแบบที่ตนเองชอบไม่ได้เสียที ดังนั้นนี่คือ 7 วิธีการเลือกซื้อกางเกงยีนสสำหรับผู้ชายคู่ใจที่จะทำให้ได้แบบที่คุณต้องการมากที่สุด

  1. ไม่ต้องกังวลเรื่องรูปร่าง
    สำหรับคุณผู้ชายที่ชื่นชอบ กางเกงยีนส์ แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหน หรือทรงไหนดี หรือควรที่จะเลือกตามแบบฉบับของผู้หญิงที่ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าจะต้องเลือกสไตล์แบบไหน ให้เหมาะกับรูปร่างของเรา แต่สำหรับ กางเกงยีนส์ของผู้ชาย นั้นไม่ต้องกังวลในด้านของรูปร่าง แต่ควรเลือกแบบเฉพาะตามแบบความชอบของตัวเอง ชอบทรงไหน สไตล์ไหนก็เลือกเอาเลย แต่อาจจะให้เหมาะกับช่วงเวลา หรือสถานทีที่ต้องการไปสักเล็กน้อย

    กางเกงยีนส์ชาย
  2. เลือกซื้อขนาดเอวให้เล็กกว่าเอวจริง
    คุณผู้ชายบางคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับ การเลือกซื้อกางเกงยีนส์ ด้วยหลักการลักษณะนี้เพราะถ้าหากเราเลือกแบบที่เล็กกว่าขนาดเอวของเรา แล้วจะสามารถใส่ได้อย่างไร แต่รู้หรือไม่ว่าอันที่จริงแล้วกางเกงยีนส์แทบทุกชนิดมักจะตัดเย็บมาในรูปแบบฉบับของ Twill จึงทำให้ตัวยีนส์สามารถที่จะขยายขนาดได้เอง

    กางเกงยีนส์ผู้ชาย
  3. กางเกงยีนส์เข้ารูปไว้ก่อน
    ถ้าคุณผู้ชายตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี ควรที่จะมองหา กางเกงยีนส์ผู้ชายแบบทรงเข้ารูป ก่อนเป็นอันดับแรกเพราะมันจะทำใหคุณผู้ชายดูขาเล็กลง รวมไปจนถึงช่วยทำให้มีจุดเด่น อย่างไรก็ตามไม่ควรเลือกแบบที่รัดจนทรมานน้องชายจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้การลุก การนั่ง ทำได้ค่อนข้างลำบากพอสมควร

    กางเกงยีนส์ชายเข้ารูป
  4. สังเกตกระเป๋าหลังก่อนจะซื้อ
    ในข้อนี้คุณผู้ชายควรที่จะสังเกตกระเป๋าด้านหลังของ กางเกงยีนส์ชายทุกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินเพราะหากลายบนกระเป๋าหลังดูเยอะจนเกินไปอาจจะทำให้ดูไม่ดีเท่าไหร่นัก ต่อภาพลักษณ์ของคุณผู้ชายทั้งหลาย รวมไปจนถึงหากเลือกแบบที่ใหญ่มาก ๆ อาจจะทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าคุณกำลังใส่ยีนส์แบบหลุดตูด

    กางเกงยีนส์
  5. ส่วนประกอบที่นำมาผลิตเป็นกางเกงยีนส์
    สำหรับวัสดุที่นำมาผลิตเป็น กางเกงยีนส์ นั้นถือได้ว่ามีความสำคัญมาก ๆ เพราะยิ่งเลือกแบบที่ผลิตมาจากวัสดุคุณภาพดีย่อมที่จะทำให้การสวมใส่ของเรารู้สึกสบายยิ่งขึ้น โดยส่วนมากแล้วยีนส์มักจะผลิตมาจากเนื้อผ้าอยู่ไม่กี่ประเภทอย่างเช่น Lycra หรือ Cotton ซึ่งจะให้ความยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ค่อนข้างดี แต่ถ้าเป็นผ้าชนิดอื่น ๆ อาจจะส่งผลให้ร้อนโดยไม่รู้ตัวได้

    เนื้อผ้าที่นำมาผลิตกางเกงยีนส์ของผู้ชาย
  6. เลือกครั้งแรกควรที่จะเลือกแบบสีเข้ม
    สำหรับคุณผู้ชายที่ต้องการความสดใหม่ และเป็นทางการควรที่จะเลือก กางเกงยีนส์ชายแบบสีเข้ม เสมอเพราะจะทำให้คุณผู้ชายดูเหมือนกับใส่ยีนส์ใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งยังแฝงมาด้วยความเป็นทางการมากกว่าการใส่ยีนส์แบบสีอ่อน หรือสีฟอกอย่างแน่นอน

    สีของกางเกงยีนส์
  7. การปรับแต่งการใส่ยีนส์
    คุณผู้ชายทั้งหลายในสมัยนี้มักจะมีการแต่งยีนส์ที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะใส่แบบเหยียบปลายกางเกง หรือแบบอื่น ๆ อีกมากมายขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่อันที่จริงแล้วเพื่อความสวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อยคุณผู้ชายควรเลือกแบบที่พอดีกับส้นเท้า หรือข้อเท้าเพราะจะทำให้การสวมใส่ของคุณดูดี แต่ถ้ายาวลงมาก็อาจจะเลือกการพับขาเพื่อไม่ให้ยีนส์ต้องลากกับพื้น

    ปรับแต่งการใส่กางเกงยีนส์สำหรับผู้ชาย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าทั้ง 7 ข้อจะเป็นวิธีการแนะนำในการเลือกซื้อกางเกงยีนส์ผู้ชายให้ได้ตามแบบฉบับที่หนุ่ม ๆ ต้องการ แต่หลังจากได้ยีนส์ที่ตนเองอยากที่จะนำมาใส่ได้แล้ว หนุ่ม  ๆ ต้องทราบด้วยว่า คุณผู้ชายควรใส่กางเกงยีนส์อย่างไรให้โดนใจสาว ๆ นอกจากนั้นการดูแลรักษายีนส์ก็ถือไดว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งหลายคนอาจจะชอบซักยีนส์ทุกอาทิตย์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยเพราะมันจะทำให้สีสีดและจางลงอย่างแน่นอน แต่ควรที่จะใช้วิธีการ 2 – 3 เดือนต่อการซักหนึ่งครั้งจะทำให้สีของยีนส์ดูดีและมีสไตล์แน่นอน แต่ถ้าคุณใส่เหยียบโคลนก็ควรที่ตะซักในทันที

คุณผู้ชายใส่กางเกงยีนส์อย่างไรให้โดนใจสาว ๆ

ปัจจุบันความนิยมของ กางเกงยีนส์ ยังคงแพร่กระจายไปในวงกว้างไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม เนื่องจากเป็นสไตล์ของกางเกงนั้นใส่ได้ค่อนข้างง่าย สามารถเข้ากับเครื่องแต่งกายชนิดอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด โปโล หรืออื่น ๆ ขึ้นอยู่กับสไตล์การแต่งตัวของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคุณผู้ชายที่ชอบใส่ กางเกงยีนส์ชาย ควรที่จะทราบว่าในบางครั้งคุณควรที่จะตรวจสอบก่อนว่ากางเกงยีนส์ที่ได้ใส่นั้นสาว ๆ ชอบหรือไม่

กางเกงยีนส์


เนื่องจากตั้งแต่อดีตจนมาถึงสมัยนี้มี กางเกงยีนส์ชาย ให้เลือกอย่างมากมายหลากหลายรูปแบบมาก ๆ ซึ่งแต่ละสไตล์ก็จะเหมาะกับแต่ละบุคคล หรืออาจจะไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม โดยแบบที่ได้รับความนิยมของคุณผู้ชายนั้นส่วนมากจะเป็น กางเกงยีนส์แบบทรงขาเดฟ กางเกงยีนส์แบบทรงขากระบอก รวมไปจนถึง กางเกงยีนส์ขาสั้น เป็นต้น แต่สไตล์แบบไหนที่คุณผู้หญิงชอบและมักจะเลือกให้กับหนุ่ม ๆ ละ

กางเกงยีนส์แบบทรงขาใหญ่ – ถือได้ว่าเป็นทรงของกางเกงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต แต่ทว่าในสมัยนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก เพราะทรงขาที่ใหญ่และคุณผู้ชายมักจะมองว่าหากใส่แบบขาใหญ่ ๆ อาจจะทำให้สาว ๆ มองว่าคุณผู้ชายมีต้นขาที่ใหญ่ไม่น่ามอง รวมไปจนถึงเป็นคนที่มีน้ำหนักเป็นต้น หรืออาจจะรวมไปจนถึงทรงดังกล่าวมักจะเป็นคนที่อายุราวคราวเดียวกับลุง หรือรุ่นพ่อนั่นเอง และเมื่อได้มาใส่กับเสื้อยืดแบบทรงหลวม ๆ อาจจะทำให้หลาย ๆ ว่าคุณอ้วนก็เป็นได้

กางเกงยีนส์ผู้ชาย


กางเกงยีนส์แบบทรงเอวต่ำ – ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นทรงของ กางเกงยีนส์ผู้ชาย ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเช่นเดียวกัน แต่ในบางคัร้งการใส่แบบรูปทรงเอวต่ำก็อาจจะไม่ดีเท่ไหร่นัก เพราะอาจจะเหมาะกับคุณผู้ชายที่รูปร่างหุ่นที่ค่อนข้างดี และสมส่วนรวมไปจนถึงหากเมื่อคุณผู้ชายรู้ตัวว่าตัวเองมีลำตัวที่ค่อนข้างสั้นก็ไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะลองใส่ กางเกงยีนส์เอวต่ำ เพราะจะทำให้คุณตัวสั้นลงกว่าเดิมแน่นอน

กางเกงยีนส์ผู้ชายแบบทรงตรง – นับได้ว่าเป็นสไตล์ของ กางเกงยีนส์ผู้ชาย ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัยนี้เพราะรูปทรงของกางเกงที่ใส่ดูแล้วทำให้คุณผู้ชายมีบุคลิกภาพที่ดี แต่ในทางกลับกันหนุ่ม ๆ ก็อาจจะต้องหันมาเลือกทรงที่ค่อนข้างจะเข้ากับขาสักเล็กน้อยอย่างเช่น กางเกงยีนส์ขาเดฟ เป็นต้น เนื่องจากด้วยรูปแบบของกางเกงที่จะโชว์เรียวขาของหนุ่ม ๆ ได้อย่างสง่างาม

กางเกงยีนส์ชาย

อย่างไรก็ตามแม้ว่า กางเกงยีนส์ จะอยู่มาอย่างยาวนานและเป็นกางเกงที่ได้รับความนิยมทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ก็ควรที่จะมีการดูแลรักษากางเกงยีนส์ให้เป็น เพราะไม่เช่นนั้นกางเกงตัวโปรดของทุก ๆ คน อาจจะเกิดการเสื่อมสภาพได้เช่นเดียวกันกับกางเกงแบบอื่น ๆ

กางเกงในชายควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับหนุ่ม ๆ

กางเกงในชาย


เรื่องของสุขภาพและเรื่องของแฟชั่นมักจะเป็นเรื่องเดียวกันเสมอ ดังนั้นในการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นประเภทต่าง ๆ มักจะต้องห่วงเรื่องสุขภาพเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กางเกงในชาย ที่ในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลากหลายสไตล์แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีลักษณะไม่ค่อยต่างจากสาว ๆ เท่าไหร่นัก โดยแบบของกางเกงในของคุณผู้ชายแบ่งออกเป็น 4 แบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
  1. กางเกงในชายแบบ ฮาร์ฟ บรีฟ (Half Briefs)

    กางเกงในผู้ชายแบบแรกถือได้ว่าเป็นแบบที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในบรรดาแฟชั่นของกางเกงใน เนื่องจากเป็นแบบที่สามารถเลือกซื้อและเลือกหาได้ค่อนข้างง่าย พร้อมทั้งในด้านการดีไซน์ยังได้ออกแบบมาให้สามารถที่จะคุ้มครองน้องชายได้ค่อนข้างจะมิดชิด แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคุณผู้ชายบางกลุ่มก็อาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นักเพราะบางช่วงของ กางเกงในชายแบบฮาร์ฟ บรีฟ อาจจะบีบรัดจนทำให้พวกเขาค่อนข้างอึดอัด
  2. กางเกงในชายแบบ บิกินี่ (Bikini)

    คุณผู้ชายทั้งหลายอาจจะคิดว่ากางเกงในแบบรูปทรงบิกินี่จะเป็นที่นิยมสำหรับสาว ๆ แต่อันที่จริงแล้ว กางเกงในบิกินี่ก็มีความนิยมในกลุ่มผู้ชายเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็น กางเกงในชาย ที่สามารถเลือกซื้อและเลือกหาได้ค่อนข้างง่ายพอสมควร และเมื่อได้สวมใส่แล้วให้ความรู้สึกสบายไม่ต้องกังวลเรื่องของน้องชายเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม กางเกงในสไตล์แบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับหนุ่มร่างท้วมเท่าไหร่นัก เพราะอาจจะทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป
  3. กางเกงในชายแบบ Boxer

    คุณผู้ชายทั้งหลายคงจะต้องรู้จัก กางเกงในชายแบบ Boxer อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็น กางเกงในชายสไตล์ ที่เมื่อได้ลองสวมใส่แล้วให้ความรู้สึกสบาย และไม่ต้องกังวลเรื่องน้องชายเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังเป็นแบบที่ได้รับความนิยมในวงกว้างไม่แพ้กับแบบอื่น ๆ รวมไปจนถึงยังเลือกซื้อได้ง่าย และยังจะสามารถนำมาดัดแปลงเป็นกางเกงขาสั้นได้อีกด้วย
  4. กางเกงในชายแบบ แทงก้า (Tanga)

    กางเกงในชาย Tanga เป็นแบบกางเกงในที่ค่อนข้างจะแปลกและแตกต่างจากแบบอื่น ๆ พอสมควร เนื่องจากสไตล์ของกางเกงในนั้นจะมีส่วนปกปิดแค่น้องชาย และบั้นท้ายเท่านั้น ทำให้จุดเด่นทั้งหมดเมื่อได้สวมใส่แล้วคือน้องชายคุณผู้ชายนั่นเอง อย่างไรก็ตาม กางเกงในชาย รูปลักษณะนี้เหมาะกับคุณผู้ชายที่มีรูปร่างใหญ่ หรือเป็นนักกล้ามเป็นต้น แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นักเพราะราคาที่ค่อนข้างสูงนั่นเอง

กางเกงในผู้ชาย



ปัจจุบันมนุษย์หันมาให้ความสนใจกับเรื่องแฟชั่นกันมากขึ้น สังเกตได้จากสีสันของเสื้อผ้า กางเกง และอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อให้เป็นตัวเลือกแก่หนุ่ม ๆ และสาว ๆ แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้วแม้ว่าแฟชั่นจะสำคัญแต่ก็ควรที่จะคำนึงถึงเรื่องสุขภาพอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กางเกงในชาย ที่แม้ว่าจะไม่มีใครเห็นก็ตามแต่มันก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยดูแลและรักษาให้น้องชายของหนุ่ม ๆ มีสุขภาพที่ดี และไม่ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังอย่างแน่นอน

แฟชั่นเสื้อยืดคู่กับกางเกงยีนส์สิ่งที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด

ทุกคนต่างทราบและเข้าใจกันดีว่าสมัยนี้ในเรื่องราวของ แฟชั่นของผู้หญิง นั้นแบ่งการแต่งกายออกเป็นหลายแบบ หลายแนวไม่ว่าจะเป็น เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน หรือ อะไรก็ตามแต่ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลว่าจะมีความชื่นชอบสไตล์การแต่งตัวลักษณะไหนมากกว่ากัน แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีแฟชั่นให้แต่งอยู่อย่างมากมาย จนไม่สามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างลงตัว

เสื้อยืดแฟชั่นของผู้หญิง


แฟชั่นแบบ เสื้อยืดคู่กับกางเกงยีนส์ ก็มักจะเป็นอีกทางเลือกที่สาว ๆ มักจะมองหา เพราะเป็นการแต่งกายที่ค่อนข้างเน้นความสบาย รวมไปจนถึงไม่ค่อยทางการมากเท่าไหร่นัก รวมทั้ง กางเกงยีนส์ผู้หญิง ในสมัยนี้ก็มีอยู่อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแบบขาสั้น ขาเดฟ กระบอก และอื่น ๆ อีกมากมายหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตามการใส่กางเกงยีนส์คู่กับเสื้อยืดมักจะเป็นทางเลือกที่ดีเสมอ

เทคนิคง่าย ๆ ในการใส่แฟชั่นกางเกงยีนส์คู่กับเสื้อยืดในวันสบาย ๆ


  1. อันดับแรกให้สาว ๆ มองหา เสื้อยืดผู้หญิงแฟชั่น สีขาวสักตัวมาใส่คู่กับ กางเกงยีนส์แบบขาด ๆ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี โดยเสื้อยืดอาจจะเป็นแบบลวดลายคำพูดต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจ รวมไปจนถึงอาจจะเสริมด้วยส้นสูงเพื่อเพิ่มความมั่นใจเข้าไปอีกนิด
  2. อันต่อมาสาว ๆ อาจจะ เลือกใส่กางเกงยีนส์คู่กับเสื้อยืดสีสันสไตล์ต่าง ๆ เสริมด้วยกระเป๋า เครื่องประดับ สร้างให้กลายเป็นจุดเด่น หรืออาจจะเสริมด้วยส้นสูง หรือส้นตึกสักคู่สร้างให้ตัวเองมีสูงขึ้น พร้อมกับความมั่นใจให้เต็มร้อย
  3. หากเบื่อ เสื้อยืด สไตล์สีสัน หรือคำพูดต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างมากอาจจะเลือกสไตล์แบบ เสื้อยืดลายดอกไม้มาใส่คู่กับยีนส์ ก็น่าจะเป็นทางเลือกอีกทางที่น่าสนใจ เสริมด้วยรองเท้าแบบส้นสูง หรือส้นเตี้ย สร้างความมั่นใจอีกเล็กน้อยก่อนที่จะออกจากบ้าน

    เสื้อยืดคู่กับกางเกงยีนส์แบบที่ 1
  4. เพิ่มความแมทซ์กันเข้าไปอีกนิดด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียงแค่สาว ๆ ต้องหา เสื้อยืดลายเสือ ลายแมว หรือลายอะไรก็ตามตามใจชอบ แต่ขอให้สุด ๆ มาเสริมด้วยยีนส์แบบขาตรง ขาเดฟ หรือทรงบอย ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของสาว ๆ ได้อย่างแน่นอน
  5. สำหรับสาๆ ที่อยากสบาย และไม่ยุ่งยากเรื่องแบบของเสื้อยืด อาจจะมองหาเสื้อยืดลายคลาสสิคอย่าง ลายจุดมาใส่ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะนำมาคู่ กางเกงยีนส์แฟชั่นของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี
  6. แต่เบื่อ ๆ เซงอาจจะหยิบเสื้อยืดแบบสีสันสดใส่อย่างสีส้ม เขียว หรืออะไรก็ตามมาใส่คู่กับ กางเกงยีนส์ เสริมด้วยการผูกเชือกสีสันสด ๆ ก็จะเป็นอีกทางเลือกที่สาว ๆ ควรคิดเอาไว้
  7. ใครก็ตามที่มองหาสไตล์ของตัวเองไม่เจออาจจะเริ่มด้วย การใส่เสื้อยืดลายขวางคู่กับกางเกงยีนส์ ก็น่าจะถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่ผู้หญิง ต้องเหลียวมามองเชียวล่ะ
  8. สาว ๆ อาจจะมองหาเสื้อยืดแบบเปรี้ยวมาสักตัว ๆ ที่เมื่อสวมใส่แล้วไม่รู้สึกคับหรือยุ่งยากจนเกินไป ใส่คู่กับยีนส์แบบเอวต่ำก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เสริมด้วยรองเท้าสนสูงอีกนิดก็นับได้ว่าเป็นอีกทางเลือกที่ควรลองแล้ว

    เสื้อยืดคู่กับกางเกงยีนส์แบบที่ 2
  9. ยังไม่หมดหยิบเสื้ดยืดลายเรียบ ๆ ดูแล้วสบายตามาใส่คู่กับกางเกงยีนส์ขายาว ก็อาจจะดูดีไปอีกแบบ ดูดีไปอีกสไตล์เหมาะกับวันสบาย ๆ ชิล ๆ เสริมด้วยกระเป๋าถือ หรือกระเป๋าสะพายสักใบ เสริมด้วยรองเท้าแตะอีกสักคู่
  10. สบาย ๆ ไปกับเสื้อยืดผุ้หญิงแลลลายคุมโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์สีทั่ว ๆ ไป ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่สาว ๆ ไม่ควรพลาด เสริมด้วยรองเท้าแบบบูทส้นสูงก็น่าจะช่วยทำให้มองดูแล้วแตกต่างจากใคร ๆ อย่างแน่นอน
  11. อย่าลืมแบบสปอร์ตเลือกเสื้อยืดสไตล์ธรรมดา ๆ ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ขายาวสไตล์แบบบอย ๆ ก็น่าจะเป็นอีกแบบที่น่าสนใจ และอย่าลืมเสริมด้วยรองเท้ากีฬาแฟชั่นสักคู่เสริมให้ตัวเองดูสปอร์ ๆ ขึ้น ปิดท้ายด้วยหมวกเท่ ๆ สักใบสาว ๆ ก็จะดูเหมือนผู้ชายมากขึ้นแน่นอน
  12. อีกหนึ่งวิธีให้สาว ๆ มองหาเสื้อยืดสไตล์เบสบอล มาใส่คู่กับกางเกงยีนส์แบบรัดรูปแต่ไม่ต้องรัดให้มากนัก เดี๋ยวมันจะไม่ชิลเอาเสีย เสริมด้วยรองเท้าผ้าใบคู่งาม ๆ สักคู่ก็ดูน่ารัก น่ากินไปอีกแบบหนึ่ง

เสื้อยืดคู่กับกางเกงยีนส์แบบที่ 3


ทั้ง 12 เทคนิคล้วนเป็นเทคนิคสำหรับการหยิบเสื้อยืดมาใส่คู่กับกางเกงยีนส์ จึงนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง แฟชั่นของผู้หญิง ที่จะทำให้สาว ๆ รู้สึกสบาย ชิล ๆ หรือวันไหนไม่ต้องการที่จะใส่ชุดแบบทาง ๆ การเข้าทำงาน การแต่งกายแบบ 12 เทคนิคที่ว่าก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกทีสาว ๆ ไม่ควรพลาด

คุณผู้ชายก็ไม่ควรพลาดเช่นเดียวกันกับ หล่อเลือกได้ด้วยเสื้อยืดลายเท่ห์ ! 

อาการแพ้เครื่องสำอางจะมีลักษณะแบบใดบ้าง

ปัจจุบันความนิยมของ เครื่องสำอาง นั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีเครื่องสำอางของผู้หญิงที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีอยู่อย่างหลากหลาย อาทิเช่น อายไลน์เนอร์ ลิปสติก และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะมี เครื่องสำอางผู้หญิง ให้เลือกใช้กันอย่างมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ต้องเลือกซื้อแบบที่เหมาะกับตัวเอง เพราะสาว ๆ หลายคนมักจะเกิดปัญหาหลังจากที่ได้ใช้เครื่องสำอางเหล่านั้นกันเป็นจำนวนมาก ก็คือ อาการแพ้เครื่องสำอาง ดังนั้นเมื่อเกิดอาการต่าง ๆ แล้วก็ควรที่จะทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะอาจจะลุกลามและบานปลายกลายเป็นสิ่งที่ร้ายแรงได้  ขณะที่อาการแพ้ดังกล่าวหลัก ๆ จะประกอบไปด้วย

การแพ้เครื่องสำอาง

  1. อาการผื่นคัน – อาการผืนคันนับได้ว่าเป็น อาการแพ้เครื่องสำอาง ที่เกิดได้บ่อยมาก ๆ เนื่องจากผิวหนังบริเวณรอบใบหน้าของผู้ชาย และผู้หญิง โดยเฉพาะมักจะส่วนที่บอบบางมากที่สุด ดังนั้นเมื่อเกิดอาการผื่นคันจึงมักจะตอบสนองต่ออาการบนใบหน้าเป็นอันดับแรก โดยอาการเริ่มต้นจะเป็นอาการผื่นแดงคัน แต่ถ้าอาการเริ่มที่จะแพ้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อาจจะเกิดตุ่มแดง เป็นต้น
  2. อาการลมพิษ – สำหรับอาการลมพิษก็ถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของ การแพ้เครื่องสำอาง โดยอาการดังกล่าวจะสังเกตได้ง่ายเพราะจะมีลักษณะที่ค่อนข้างบวม โดยเฉพาะบริเวณตา อย่างไรก็ตามหากเกิดอาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ยกตัวอย่างเช่น อาการแน่นหน้าอก หรือ อาการหายใจไม่ออก เป็นต้น
  3. อาการผื่นดำ – ผื่นดำจะเป็นอีกหนึ่งอาการที่เกิดจากการใช้ เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของน้ำหอม ซึ่งภายในน้ำหอมนั้นจะมีสารเคมีบางชนิดที่เมื่อได้โดนแสงแล้วจะเกิดอาการแพ้แสงจนทำให้เห็นเป็นรอยดำบริเวณที่ได้สัมผัส รวมไปจนถึงผลิตภัณฑ์บางประเภทที่มีสารธรรมชาติผสมอยู่ด้วย ยกตัวอย่างเช่น มะกรูด มะนาว หรือ แตงกวา เป็นต้น นอกจากนั้น เครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนนในความเข้มข้นสูงก็สามารถที่จะทำให้เกิดปัญหาผืนดำถาวรโดยที่เมื่อหยุดใช้แล้วอาการดังกล่าวก็อาจจะไม่สามารถหายได้
  4. อาการผื่นขาว – นอกจากอาการผื่นดำบนใบหน้าแล้ว อาการแพ้เครื่องสำอาง อีกอาการหนึ่งก็คือผื่นขาวใบหน้าโดยอาการดังกล่าวได้รับผลกระทบมาจาก การใช้ครีมทาหน้าขาวที่มีส่วนผสมอย่างสารจำพวกปรอทโมโนอีเทอร์ ไฮโดรควิโนนที่มีความเข้มข้นสูงมาก โดยอาการดังกล่าวไม่สามารถที่จะหายเป็นปกติได้ ดังนั้นทางคณะกรรมอาการและยาหรือ อย. จึงสั่งห้ามไม่ให้ใช้สารดังกล่าวมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง
  5. สิว – สิวนับได้ว่าเป็นอาการของการแพ้ เครื่องสำอาง แบบเบื้องต้นมากที่สุด โดยการเกิดสิวได้นั้นเกิดจากใบหน้าได้รับสาร สาโนลิน โซเดียม ลอรัลซัลเฟส หรือ สารสเตียรอยด์ มากจนเกินไป หรือถ้าสาว ๆ ที่เกิดวัยสิวแล้วก็อาจจะคิดไว้ก่อนว่าอาจจะมาจากเครื่องสำอางที่ได้ใช้
  6. ผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกาย – การแพ้เครื่องสำอาง อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดตรงบริเวณที่ได้ใช้เท่านั้น หากแต่ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงของเล็บมือซึ่งสังเกตได้ง่าย ๆ อย่างเช่น เล็บผุกร่อน เปลี่ยนสี หรือ ขอบเล็บอักเสบเป็นต้น ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการน้ำยาล้างเล็บ สีทาเล็บ หรืออาจจะใช้บริการจากร้านเสริมด้วยที่ทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเกิดอาการต่อเส้นผมยกตัวอย่างเช่น ผมเปราะหักง่าย ผมแข็งกระด้าง หรือขาดความเงามงาม ซึ่งเป็นผลมาจากสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลเส้นผมนั่นเอง
อาการแพ้เครื่องสำอาง

แน่นอนว่า อาการแพ้เครื่องสำอาง นั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะแต่ละคนจะมีสภาพผิวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องสำอางทุกครั้ง สาว ๆ ควรที่จะทดลองเครื่องสำอางก่อนเพื่อที่จะตัดสินใจว่าเรามีอาการแพ้หรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตามเครื่องสำอางเหล่านี้มักจะเกิดอัตราความเสี่ยงต่อการแพ้ที่สูงพอสมควร ประกอบไปด้วย น้ำยายืดผม, ครีมทำให้ผิวขาว, ครีมรักษาฝ้า, น้ำยาหรือครีมขจัดขน ส่วนแบบที่มีอัตราความเสี่ยงปานกลางประกอบไปด้วย น้ำยาดัดผม, น้ำยาย้อมผม, ครีมบำรุงผม, มาส์คหน้า, ครีมแก้สิว, ครีมรองพื้น และ ลิปสติก เป็นต้น

กระเป๋าแบรนด์เนมสิ่งที่สาว ๆ มักจะใฝ่ฝัน

ปัจจุบันความนิยมของ กระเป๋าผู้หญิงแบรนด์เนม เริ่มที่จะมากขึ้นหลังจากที่มีหลายสิบแบรนด์ดังระดับโลกเข้ามาวางขายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย หรือ กระเป๋าสตางค์ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นที่นิยมของสาว ๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามก็มีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง และถูกกล่าวขานรวมไปจนถึงมียอดขายอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม และมาพร้อมกับการบริการที่น่าเชื่อถือ อย่างเช่น กระเป๋า Channel เป็นต้น

กระเป๋า Channel


กระเป๋า Channel เป็น แบรนด์กระเป๋าของผู้หญิง ชื่อดังระดับโลก โดยที่เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 100 ปีก่อนจากประเทศฝรั่งเศส โดยความนิยมนั้นมาจากการดีไซน์ของทางแบรนด์ที่เน้นความหลากหลายมีทั้ง กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ รวมไปจนถึงแบบอื่น ๆ อีกมากมาย ขณะที่ยังได้ออกแบบมาได้อย่าง Classic และ Elegant จึงเป็นเหตุผลให้กระเป๋าทุกสไตล์ของทาง Channel ได้รับความนิยมมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะได้รับความนิยมไปทั่วโลกสังเกตเห็นได้จากเหล่าดารา และนักแสดงชื่อก้องโลกทั้งหลายมักจะหยิบมาใช้กันทั้งนั้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่ค่อนสูงพอสมควร ดังนั้นจึงทำให้สาวไทยหลาย ๆ คนหันไปใช้ กระเป๋า Channel แบบ AAA แทน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ไหนก็ตามทั้ง กระเป๋าสะพาย หรือ กระเป๋าถือ แม้ว่าเราจะมีกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังและมีคุณภาพสูงแต่ก็ต้องรู้จักหลักการดูแลรักษาอีกด้วย เพื่อทำให้กระเป๋าสามารถใช้งานได้นาน

การดูแลรักษากระเป๋า Channel เพื่อให้อยู่ได้นานและคุ้มค่าราคาที่เสียไป

สำหรับ กระเป๋าผู้หญิงแบรนด์เนมอย่าง Channel แม้ว่าจะเป็นแบรนด์เนมที่มีราคาค่อนข้างสูง และมาพร้อมกับการดีไซน์ลักษณะเฉพาะตัวทั้งแบบ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ ก็ตาม แต่ในด้านการดูแลรักษาเพื่อให้กระเป๋าคงอยู่ได้นานนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก หากทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
  1. เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาด กระเป๋าแชนแนลไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหนก็ตามทั้ง กระเป๋าถือ หรือ สะพาย มักจะมีการดูแลรักษาที่เหมือน ๆ กัน ไม่ต่างกันเท่าไหร่ด้วยหลักการดูแลง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
     
    • ถ้าหากกระเป๋าของเราเกิดร่องรอยต่าง ๆ ควรที่จะเลือกใช้ยางลบสำหรับหนังเรียบ ๆ ขัดเบาตรงบริเวณที่เกิดรอย
    • ถ้าหากระเป๋า Channel เกิดรอยเปื้อนที่เป็นคราบน้ำมัน หรือคราบต่าง ๆ ที่ยางลบไม่สามารถที่จะลบให้ออกได้ สามารถที่จะใช้น้ำยาทำความสะอาดกระเป๋าฉีดลงบนสำลีแห้ง หรือผ้าแห้งค่อย ๆ เช็ดเอาคราบดังกล่าวออก

      กระเป๋าสะพาย
  2. การบำรุงรักษาเพื่อให้ใช้ได้นาน การทำความสะอาดถือได้ว่าเป็นวิธีแรกสำหรับการดูแลรักษากระเป๋าให้อยู่ได้นาน แต่การทำความสะอาดไม่ใช่วิธีเดียวที่จะทำให้กระเป๋าของเราอยู่ได้นาน แต่ควรที่จะบำรุงเพื่อให้ กระเป๋าของผู้หญิง อยู่ได้นานและทนทานอีกด้วยโดยวิธีการดังนี้
       
    • ให้สาว ๆ ใช้ครีมน้ำนม หรือครีม Premium Lotion Collonil หยดลงบนผ้าหรือสำลีแห้งสักเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ เช็ดบนหนังของกระเป๋าเพื่อให้ส่วนประกอบของครีมอย่าง อโรเวล่าเจล หรือว่านหางจระเข้ เป็นตัวช่วยทำให้หนังอยู่ได้นาน และชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น

  3. เก็บรักษาในที่ที่เหมาะสม แม้ว่าจะผ่านการดูแล และการบำรุงมาอย่างดี แต่สิ่งหนึ่งที่ควรใส่ใจก็คือการเก็บหรือการดูแลรักษาให้กระเป๋าของเราอยู่ได้นานยิ่งขึ้น เพราะหากยิ่งเก็บรักษาได้อย่างดีเยี่ยมเท่าไหร่ก็ย่อมที่จะทำให้ใช้ได้นานขึ้นไปเรื่อย ๆ การเก็บรักษาก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการดังนี้

    • คุณผู้หญิงควรที่จะจับกระดาษยัดลงไปในกระเป๋าของเราเสียก่อนไม่ว่าจะเป็นแบบ กระเป๋าสะพาย หรือแบบอื่น ๆ ก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้กระเป๋า Channel สุดหรูของเราต้องเสียทรง และระหว่างการนำกระเป๋าลงใส่ในกล่องควรที่จะใส่ลงในถุงอีกชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้บริเวณด้านหลังของกระเป๋าต้องประสบปัญหา
    • คุณผู้หญิงที่เลือกกระเป๋าแบบที่มีสายโซ่ทั้งแบบ กระเป๋าถือ หรือ กระเป๋าสะพาย ก็ตาม ควรที่จะเอาสายออกมาไว้ข้างนอก แล้วจัดการห่อด้วยกระดาษเพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้ว่า กระเป๋าแฟชั่นผู้หญิงแบรนด์เนม จะเป็นที่ยอดนิยมในวงกว้าง ยกตัวอย่างเช่น กระเป๋า Channel สาว ๆ ก็ควรที่จะมีหลักการเลือกซื้อที่ต้องให้รายละเอียดพอสมควร เพราะราคาที่ค่อนข้างสูงจากชื่อแบรนด์ของกระเป๋า รวมไปจนถึงในด้านของคุณภาพวัสดุที่นำมาผลิตจะต้องกับสอดคล้องกับราคาที่ทางร้านได้ว่าไว้

แนะนำ - การดูแลรักษากระเป๋าอย่าง Coach ให้อยู่กับเราได้นาน ๆ

รองเท้าหนังจะต้องดูแลรักษาอย่างไรให้ใส่ได้นาน ๆ

ปัจจุบัน แฟชั่นรองเท้าหนัง นับได้ว่าเป็นแฟชั่นรองเท้าของท่านชายทั้งหลาย เพราะด้วยการออกแบบและการดีไซน์ของรองเท้าที่ค่อนข้างเนี๊ยบ และสร้างความเป็นภูมิฐานได้พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใส่รองเท้าหนังเข้าทำงานก็จะทำให้คุณผู้ชายดูน่าเชื่อถือขึ้น แต่ปัจจุบัน รองเท้าหนังผู้ชายแฟชั่นต่าง ๆ มักจะมีการผลิตที่แตกต่างกันออกไป มีคุณภาพบ้างและไม่มีบ้าง

รองเท้าหนังผู้ชายแฟชั่น


ดังนั้นในช่วงฤดูฝนจึงไม่ใช่ช่วงที่เหมาะเท่าไหร่นักที่จะใส่รองเท้าหนังแฟชั่นเพื่อเข้าทำงาน เพราะเมื่อเปียกฝนย่อมที่จะเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน เพราะ สไตล์รองเท้าทำงาน ส่วนใหญ่มักจะไม่มีความทนทานต่อสภาพอากาศแบบนี้สักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นในช่วงของฤดูฝน เป็นต้น ดังนั้นเพื่อป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ควรที่จะมีหลัก การเลือกซื้อรองเท้าทำงานที่มีคุณภาพ และสามารถที่จะป้องกันฝนได้ แต่ถ้าไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ควรที่จะมีการดูแลรักษาหลังจากเปียกฝนให้ดี เพราะอาจจะเกิดปัญหาได้ ด้วยวิธีการง่ายๆ แบบนี้

เมือรองเท้าหนังของเราต้องประสบกับฝนจนเปียกระหว่างการเดินทาง ก็ควรที่จะนำรองเท้าคู่นั้นมาพักให้แห้งด้วยการเริ่มต้นจากการค่อย ๆ เช็ด และนำไปผึ่งในที่บริเวณที่ไม่มีฝนหรืออากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยการหลีกเลี่ยงการใช้งานไดร์เป่าผม เพราะหากใช้ความร้อนอาจจะทำให้หนังที่มีคุณภาพ เสื่อมคุณได้ภาพ อีกทั้งหากนำไปตากอากาศเพื่อให้แห้งนั้นควรที่จะให้แห้งสนิท และไม่ควรที่จะให้มีพื้นที่ที่มีอาการเปียกคงอยู่ เพราะถ้าหากใส่รองเท้าที่ยังคงเปียกอยู่อาจจะส่งผลให้เกิดกลิ่นเท้าได้เป็นต้น โดยการทำความสะอาดและดูแลรักษาให้คงสภาพเดิมนั้น ก็ใช้วิธีการยัดกระดาษหนังสือพิมพ์ลงไปในรองเท้าเพื่อให้ช่วยดูดซึมความเปียกของรองเท้า อีกทั้งยังจะช่วยในด้าน การดูแลรักษาทรงของรองเท้าหนังอีกด้วย

รองเท้าหนัง


ในขณะเดียวกันอาจจะใช้เกลือ หรือแป้งฝุ่นโรยในรองเท้าก่อนที่จะยัดหนังสือพิมพ์ลงไป เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้รองเท้าหนังของเราแห้งสนิท และสามารถนำกลับมาใส่ใหม่ได้อีกครั้งหนึ่ง โดยจะต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วันหรือ 1 คืน แต่อย่างไรก็ตามในช่วงหน้าฝนรองเท้าทำงานโดยทั่วไปคงไม่เปียกแต่น้ำอย่างแน่นอน เพราะอาจจะมีโคลนผสมมาด้วยเป็นต้น ดังนั้นหากรองเท้าของเรามีโคลนผสมมาด้วยกับน้ำก็ควรที่จะปล่อยให้โคลนแห้งก่อน แล้วค่อย ๆ ใช้แปรงปัดฝุ่นหรือโคลนที่แห้งอยู่บนรองเท้าออก โดยห้ามใช้มีด หรือของแข็งอย่างอื่นนอกจากแปรงเท่านั้น

คุณผู้ชายมักจะทราบกันดีว่าข้อเสียของรองเท้าหนังอีกข้อหนึ่งก็คือ เชื้อราบนรองเท้าประเภทนี้ที่มักจะพบได้ง่ายในช่วงของหน้าฝน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะดูแลรักษา ซึ่งถ้าหากรองเท้าหนังคู่โปรดของเราต้องเจอกับเชื้อราอาจจะทำความสะอาดได้โดยง่าย โดยการใช้น้ำเปล่าผมกับแอลกอฮอล์ค่อย ๆ เช็ดรอบ ๆ บริเวรที่เกิดเชื้อรา แต่อย่างไรก็ตามหากยังไม่ออกก็อาจจะใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อโรค และทิ้งไว้ให้แห้ง เป็นอันว่าเสร็จ ในขณะที่รองเท้าแบบหนังกลับหนุ่ม ๆ ก็อาจจะต้องใช้การดูแลรักษาที่ยากสักเล็กน้อย เพราะหากเกิดเชื้อรากับรองเท้าหนับกลับจะต้องใช้แปรงสำหรับหนังกลับโดยเฉพาะ ค่อย ๆ แปรงราที่ติดอยู่ออก แล้วค่อย ๆ ใช้ยางลบคราบค่อย ๆ ลบออกจนหมด แต่ยังไม่สามารถกำจัดได้จะต้องใช้วิธีการที่ละเอียดกว่านั้น

รองเท้าหนังแฟชั่นของผู้ชาย


หลังจากที่ได้ลองใช้ยางลบคราบแล้วยังไม่สามารถกำจัดออกได้ หนุ่ม ๆ จะต้องใช้วาสลีนค่อย ๆ ถูอย่างเบา ๆ จนคราบราสามารถหลุดออกไป แต่ถ้ายังคงอยู่ก็อาจจะใช้ผ้าชุบกับน้ำสายชูพอหมาด ๆ แล้วค่อย ๆ เช็ดลงไปที่ราติดอยู่อย่างเบามือ แล้วปล่อยให้แห้งจนสนิทเพื่อไม่ให้เชื้อรากับมาโตอีกครั้ง
แม้ว่ารองเท้าทำงานประเภทหนัง จะดูแลรักษาได้ยากแต่ด้วยการออกแบบและการดีไซน์ของรองเท้าประเภทนี้ที่ช่วยส่งเสริมทำให้ดูมีบุคลิกภาพที่ดีและมีความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าหากเลือกแบบที่ไม่มีคุณภาพอาจจะไม่สามารถที่จะทำให้ รองเท้าหนังของเราอยู่ได้นานได้ ดังนั้นควรที่จะเลือกแบบที่มีคุณภาพตั้งแต่ตอนแรก

แนะนำอ่านเพิ่มเติม - การเลือกรองเท้าหนังแท้ให้สวมใส่ได้สบายที่สุด

การเลือกซื้อกระเป๋าเป้สำหรับผู้ชาย

ปัจจุบันความนิยมของ กระเป๋าเป้ผู้ชาย นั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจาก กระเป๋าเป้มีการดีไซน์และออกแบบที่หลากหลาย และแตกต่างกันออกไป และยังนำมาใส่สัมภาระต่าง ๆ ได้อีกด้วย สังเกตได้จากหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายมักจะมีกระเป๋าเป้สะพายหลังติดตัวไว้แทบทุกคน เพื่อนำมาใส่ชุดกีฬา หรือชุดออกกำลังกาย เพื่อที่จะได้นำไปที่สถานที่ทำงานก่อนที่เมือเลิกงานก็เดินทางไปยังสถานที่ออกกำลังกายตามที่ตนเองได้สมัครหรือเป็นสมาชิก

กระเป๋าเป้ผู้ชาย


อย่างไรก็ตามแม้ว่า กระเป๋าเป้ จะเป็นที่นิยมในวงกว้างแต่ก็ควรที่จะเลือกแบบที่เหมาะกับการใช้งาน และสามารถที่จะใช้งานได้อย่างคล่องตัว รวมไปจนถึงอาจจะต้องมีความแข็งแรงพอสมควรเพราะลักษณะของกระเป๋าที่จะต้องใส่สัมภาระต่าง ๆ ที่อาจจะมีหนักและเบาแตกต่างกันออกไป ดังนั้นหากมีหนุ่ม ๆ ที่กำลังมองหากระเป๋าเป้ลักษณะนี้อาจจะต้องใช้หลักการเลือกง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

  1. คุณผู้ชายควรที่จะพิจารณาจากขนาดของ กระเป๋าเป้ของผู้ชาย ที่ตัดสินใจจะเลือกซื้อว่ามีขนาดที่พอเหมาะจะนำมาใส่สัมภาระต่าง ๆ ได้มากขนาดไหน และสามารถเก็บสัมภาระได้หมดหรือไม่
  2. เมื่อคุณผู้ชายได้ กระเป๋าเป้สะพายหลัง ที่ชอบแล้วอาจจะต้องลองใส่สัมภาระให้เต็มกระเป๋า และทดลองสะพายทุกครั้งเพื่อตรวจสอบความมั่นใจว่าสามารถที่จะสะพายกระเป๋าที่ว่าได้ในน้ำหนักขนาดไหน
  3. เมื่อได้ทดลองการใส่สัมภาระในกระเป๋าเป้ที่เราได้เลือกมาแล้วคุณผู้ชายอาจจะต้องทดลองหยิบสัมภาระภายในกระเป๋าอีกด้วย เพื่อที่จะตรวจสอบว่าสามารถที่จะหยิบหรือจับสัมภาระภายในกระเป๋าได้ง่ายหรือไม่ เพราะกระเป๋าที่ดีไม่ควรจำเป็นที่จะต้องเทออกมาก่อนแล้วค่อยหยิบสัมภาระเหล่านั้น
  4. นอกจากนั้นหนุ่ม ๆ ควรที่จะตรวจสอบรูปทรงของกระเป๋าเป้ด้วยว่าเมื่อได้ใส่สัมภาระต่าง ๆ ลงไปในกระเป๋าแล้วรูปทรงของกระเป๋ายังเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ อย่างเช่น หากรูปทรงของกระเป๋าเป็นสี่เหลี่ยม เมื่อได้ใส่สัมภาระลงไปแล้วก็ควรที่จะคงไว้ซึ่งสภาพเดิม และไม่ควรที่จะกลายเป็นรูปทรงอื่น ๆ

    กระเป๋าเป้ผู้ชายแฟชั่น
  5. หนุ่ม ๆ ควรที่จะตรวจสอบช่องลับภายในกระเป๋าใบนั้นด้วยว่ามาพร้อมด้วยกันหรือไม่ เพราะช่องลับของกระเป๋าเป้จะทำหน้าที่ในการเก็บสัมภาระสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ที่เราไม่ต้องการให้ใครได้ทราบ
  6. ความคุ้มค่าของกระเป๋าเป้ว่าเมื่อได้ทดลองใส่สัมภาระที่ใส่เป็นประจำเต็มแล้วสามารถที่จะใส่สัมภาระอื่น ๆ ได้เพิ่มเติมหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น หากใส่เสื้อผ้าเต็มกระเป๋าแล้ว ควรที่จะมีพื้นที่ให้เก็บสัมภาระอื่น ๆ อย่างเช่น หนังสือบ้าง ในบางครั้ง
  7. เมื่อได้ทดลองสะพายกระเป๋าใบนั้นแล้วควรที่จะหันหน้าเข้ากระจกเพื่อตรวจสอบว่าเมื่อได้ทดลองสะพายดูแล้ว สามารถที่จะเสริมสร้างบุคลิกภาพได้ดีหรือไม่
  8. สายกระเป๋าเป้สำคัญ ๆ มาก เพราะในช่วงเวลาของสะพายสายของกระเป๋าจะทำให้เกิดอาการเสียดสี จนเกิดอาการปวดตามมาได้ ดังนั้นหากมีความต้องการสะพายโดยที่ไม่ส่งผลให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาก็ควรที่จะตรวจสอบสายของกระเป๋าด้วยว่าสามารถที่จะทำให้เกิดอาการปวดบริเวณไหล่ได้หรือไม่

    แฟชั่นกระเป๋าเป้ของผู้ชาย

  9. การเลือกชนิดของกระเป๋าเพราะโดยปกติแล้วจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบก็คือ กระเป๋าเป้สะพายหลังที่ผลิตมาจากเนื้อผ้าไนล่อน หรือ ผ้าร่มซึ่งจะมีราคาที่ค่อนข้างถูก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการดูแลรักษาที่ค่อนข้างยาก และทำให้ดูใหม่ก็ยากเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันหากเป็นกระเป๋าเป้สะพายหลังก็ควรที่ผลิตมาจากกหนัง แม้ว่าจะมีราคาที่แพงกว่าแต่ก็ทำความสะอาดได้ค่อนข้างง่าย
  10. รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นการผลิตควรตรวจสอบด้วยว่ากระเป๋าที่ได้เลือกมานั้นมีการเก็บงานเย็บได้ดีหรือไม่ มีช่วงรอยต่อขาดบ้างหรือไม่ เป็นต้น รวมไปจนถึงควรตรวจสอบด้วยว่าสายสะพายสามารถที่จะรองรับน้ำหนักจำนวนมาก ๆ ได้จริงหรือไม่
อย่างไรก็ตามแม้ว่า กระเป๋าเป้สะพายหลัง ไม่ว่าจะเป็นของชายหรือหญิง แม้ว่าจะมีหลักการเลือกซื้อที่ยาวเหยียดและคงจะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อต่อการจดจำ แต่ในบางครั้งหากเรานำหลักการเหล่านี้ไปใช้กับชีวิตจริงบางครั้งก็อาจจะทำให้หนุ่ม ๆ และสาว ๆ สามารถเลือกซื้อกระเป๋าเป้สะพายหลังได้ง่ายขึ้น สุดท้ายแม้ว่าเราจะมีกระเป๋าราคาแพงเท่าไหร่ก็ตามสักวันหนึ่งมันก็ต้องมีอาการสึกหร่ออย่างแน่นอน ดังนั้นควรที่จะมีการทำความสะอาดกระเป๋าบ้างในบ้างครั้ง ด้วยวิธีการแบบนี้ - การดูแลรักษาทำความสะอาดกระเป๋าของผู้หญิง

การดูแลรักษากระเป๋าอย่าง Coach ให้อยู่กับเราได้นาน ๆ

ปัจจุบันกระเป๋าผู้หญิงที่เป็นแบรนด์เนมมีอยู่อย่างมากมาย หลากหลายแบบโดยแบบที่ค่อนข้างนิยมอย่างมากและในวงกว้างนั้นก็คือ กระเป๋า Coach แท้ ซึ่งทุกคนต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน เนื่องจากแบบของแบรนด์นี้ได้ออกแบบมาค่อนข้างเฉพาะตัว และมีเอกลักษณ์ของตัวเองทั้งในด้านการออกแบบ และการดีไซน์ พร้อมทั้งยังเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมแฟชั่นที่ไม่แพงมากนักโดยราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่พันบาทเท่านั้น

กระเป๋า Coach แท้


ขณะเดียวกัน กระเป๋า Coach ที่หลาย ๆ คนต่างรู้จักกันนั้นยังมีอยู่ด้วยกันหลายดีไซน์ทั้งแบบ กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าถือ หรือ กระเป๋าสตางค์ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่ากระเป๋าแฟชั่นต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมที่ได้รับความนิยม แต่ก็ควรที่จะมีการดูแลรักษาที่ดี และเก็บรักษาให้ได้เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาได้ตามมาทีหลัง อย่างเช่น กระเป๋าเกิดความเสียหายหรือได้รับผลกระทบต่าง ๆ นาน เมื่อต้องใช้เป็นเวลาทุกวันและยาวนาน ดังนั้นเมื่อสาว ๆ มีกระเป๋า Coach ของแท้อยู่แล้ว และยังไม่ต้องซื้อใบใหม่ก็ควรที่จะดูแลรักษาให้ดี ด้วยวิธีการง่าย ๆ แบบนี้
  1. กระเป๋า Coach ของแท้ที่ผลิตมาจากหนัง

    น้ำยาทำความสะอาดกระเป๋า Coach ของแท้

    กระเป๋า Coach ที่เป็นของแท้และทำมาจากหนังนั้นแบ่งได้ออกเป็นหลายรูปแบบด้วยกัน แต่หลัก ๆ แล้วมักจะผลิตมาจากหนังวัวเป็นหลัก ดังนั้นในการทำความสะอาดกระเป๋าที่ผลิตมาจากหนัง และยังเป็นของทาง Coach ก็ควรที่จะทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดเครื่องหนังโดยเฉพาะ ที่ทางแบรนด์ได้แนะนำให้ใช้ อย่างเช่น Coach Leather Cleaner ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางเจ้าของแบรนด์แนะนำ และเมื่อเช็ดได้ตามที่ต้องการแล้วก็เอาไปผึ่งลมไม่ควรเอาไปตากแดด หรือโดนความร้อนเพราะอาจจะส่งผลให้สีของหนังซีดหรือจางลงได้  ต่อจากนั้นให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Coach Leather Moisturizer ช่วยทำความสะอาดอีกรอบเพื่อช่วยในการรักษาความเงางามของกระเป๋า และสร้างความยืดหยุ่น
  2. กระเป๋า Coach ของแท้ที่ผลิตมาจากผ้าเป็นหลัก

    สำหรับกระเป๋า Coach ที่ได้ผลิตมาจากผ้านั้นส่วนใหญ่จะใช้ผ้า Harringbone Weave, Straw, Denim, Sateen และ Canvas เป็นต้น ดังนั้นในการดูแลรักษากระเป๋าแบรนด์นี้ที่ได้ผลิตมาจากผ้า ก็ควรที่จะรักษาความสะอาดด้วยน้ำยาของทางเจ้าของแบรนด์เช่นเดียวกัน โดยใช้น้ำยาที่ชื่อว่า Coach Fabric Cleaner โดยวิธีการใช้งานก็ไม่ยากมากนัก โดยใช้น้ำยาดังกล่าวชุบกับผ้าหมาด ๆ แล้วค่อย ๆ เช็ดกับกระเป๋าอย่างเบามือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านต่าง ๆ โดยระหว่างการเช็ดอาจจะใช้ไดร์เป่าผม เป่าให้แห้งด้วยก็ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับน้ำยาตัวนี้สามารถใช้ได้กับกระเป๋า Coach ที่เป็นรุ่นดังต่อไปนี้ โดยที่ทุกร่นล้วนมีคุณสมบัติในด้านการกันน้ำทั้งนั้น
    • Classic Signature
    • Mini Signature
    • Optic Signature
    • Graphic Signature
    • Signature Stripe

    กระเป๋า Coach

อย่างไรก็ตามสำหรับรอยเปื้อนบนกระเป๋าไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนก็ตาม แม้กระทั่งของทาง Coach ย่อมต้องมีบางรอยที่ไม่สามารถที่จะลบออกให้ออกได้อย่างสนิท อย่างเช่น น้ำหมึกปากกา หรือ คราบน้ำมัน ซึ่งเป็นรอยสกปรกที่ไม่สามารถลบให้ออกจากกระเป๋าได้ง่าย อาจจะใช้วิธีการลบด้วยการใช้น้ำยาล้างจานแบบผสมน้ำเพื่อให้เจือจางแล้วค่อยทำความสะอาด โดยการแตะผ้าที่เปียกหมาด ๆ แล้ววางลงบนรอยเปื้อนแต่ห้ามถูเด็ดขาด เพราะจะทำให้รอยเกิดขึ้นมากกว่าเดิม หลังจากนั้นให้ใช้ผ้าแห้งสีขาวค่อย ๆ ซับส่วนที่เป็นรอยเปื้อนออก

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการเก็บรักษาให้อยู่ที่ที่ควรอยู่ก็จะทำให้ กระเป๋า Coach ของแท้ อยู่ได้นานอย่างแน่นอน โดยการเก็บไว้ภายในถึงผ้าที่ใช้เก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้กระเป๋า Coach ของเราอยู่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว

แนะนำให้อ่าน - กระเป๋าสะพายเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเรา

More

เรื่องราวที่ผ่านมา